เมื่อฉันรู้ตัวตามอำนาจของภวังค์ คำว่า ภควังค์ นักศึกษาทางใจยังเข้าใจคลาดเคลื่อนกันอยู่มาก ที่เข้าใจถูกก็มาก ที่เข้าใจคลาดเคลื่อนก็คือ คิดว่าอารมณ์เคลิ้มคล้ายหลับเป็นภวังค์เข้าใจอย่างนี้ไม่ถูก ภวังค์เป็นศัพท์ที่หมายถึง รู้ตัวตามอารมณ์เดิม คือตื่นนั้นเอง ตื่นจากหลับ ตื่นจากคิด ตื่นจากหลงผิด มันก็ตื่นเหมือนกัน นักสมาธิต้องเรียกสมาธิตกไป อารมณ์คืนสู่สภาพปกติ อาการเคลิ้มเป็นอาการหลับใน สมาธิ ไม่ใช่เป็นภวังค์ เมื่อฉันรู้ตัวตามอำนาจของภวังค์แล้ว ฉันก็คิดถึงความฝัน ใคร่ครวญหาความจริง เห็นว่าฝันมีประโยชน์ก็เลยถือเป็นอารมณ์ พอเวลา 2. น. เศษ ก็หลับตามประสาคนแก่เจ้าอารมณ์ ถึงเวลา 2.30 น. ฉันตื่นตามปกติ ฉันใคร่ครวญชีวิตฉันตามปกติของลิงเจ้าอารมณ์ เมื่อใคร่ครวญอารมณ์ปลดพอใจแล้ว เห็นใจไม่มีสี (จิตตานุปัสสนากรรมฐาน) เขาดูจิตในจิตด้วยอำนาจสมาธิ ใครทำได้เห็นเอง ทำไม่ได้ก็เป็นเรื่องของคน ลิงป่าไม่เกี่ยว ฉันก็เริ่มจับอานาปานานุสสติร่วมกับอุปสมานุสสติ อนุสสติแบบนี้พวกสามลิงสามสัตว์ดิรัจฉานคล่อง เพราะหลวงพ่อปานสอนเสียจนมีอารมณ์เป็นปกติ ไม่มีอะไรเป็นของหนักเลย เมื่อฉันใคร่ครวญพระนิพพานตามกำลังของอานาปานานุสตติช่วยประคับประคอง อาการเคลิ้มก็ปรากฏ เมื่อมีอาการเคลิ้มปรากฏ ฉันก็ฝันรอบที่ 2 คราวนี้ฝันว่าลอยไปบนอากาศ ไปพบพระที่นิพพาน ท่านเป็น พระพุทธเจ้า เมื่อไปไหว้กราบท่าน ท่านบอกว่าคุณจงตามฉันมา แล้วท่านก็เดินนำหน้า ฉันเดินตามหลัง ไปถึงวิมานหลังหนึ่ง มีอาคาร 3 หลัง มีหอระฆังตั้งอยู่ข้างหน้า มีพื้นเป็นแก้วสวย วิมานก็สวยมาก พระท่านนั่งที่หอระฆัง ฉันนั่งข้างล่างตรงหน้าท่าน ฉันนั่งพนมมือ พระท่านสวยเหลือเกิน สว่างไสวมาก ท่านบอกว่าวิมานหลังนี้เป็นวิมานของคุณ เพราะผลที่สร้างวัด สร้างที่สาธารณประโยชน์ คุณชักชวนชาวบ้านทำ เขาก็พลอยมีวิมานไปตาม ๆ กัน แต่ที่นี่เป็นวิมานของคุณ มันสวยงามมาก แพรวพราวทั้งหลัง แม้แต่พื้นที่เดินก็ดีกว่าห้องนอนฉันในชาติปัจจุบันอย่างเทียบกันไม่ได้ ท่านเตือนว่า คุณ ตัวคุณใสเหมือนเพชร ฉันก้มมองตัวมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ไม่แก่เหลาเหย่เหมือนที่กำลังคุยอยู่นี่ ฉันนึกชอบใจตัวฉันมาก มีรัศมีสุกสว่างมาก ท่านบอกว่าที่นี่คุณเคยมาแล้วจำได้ไหม มองมามองไปก็จำได้ว่าเมื่อตายวาระที่ 3 เคยมาจริง ท่านชี้ให้ดูท่อนไม้เสี่ยงทายก็จำได้ เรื่องนี้เอาไว้พูดกันละเอียดเมื่อถึงตอนตายวาระที่ 3 แล้วท่านบอกว่า คุณจะเอาแก้วมณีหรือเพชรสีน้ำมันก๊าดไปคลุกเปือกตมเพื่ออะไร คุณมองดูคนที่หลงอยู่ในกามคุณ ท่านพูดแล้วท่านก็ชี้มาที่เมืองมนุษย์เห็นสกปรกโสโครกน่าสะอิดสะเอียน ท่านว่ามันมีสภาพเป็นทุกข์ ทุกคนมีแต่ความเร่าร้อน มีความทุกข์ประจำ ร่างกายก็โสโครก จิตใจก็ไม่สะอาด ความปรารถนากามารมณ์ หมายถึง การหลงในรูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัส ไม่ใช่อารมณ์ใคร่เพื่อร่วมรักอย่างเดียว คำว่ากาม แปลว่า ความใคร่ รมณ์มีคำเต็มว่าอารมณ์ แปลว่าความคิด คนที่คิดว่ารูปสวยทนทานไม่เปลี่ยนแปลง เสียงเพราะ เพราะฟังแต่เสียงประจบเอาใจ ลืมฟังเสียงด่า กลิ่นหอมคือดมแต่ที่หอม ตรงที่เหม็นแกไม่ยอมดม รสอร่อยดูกันตรงที่อร่อย ของร้อนยังไม่บูดไม่เน่า ตอนที่บูดเน่าจริง ๆ แกไม่ดื่มไม่กิน สัมผัสถูกต้องก็เลือกตอนที่ นุ่มนวลแข็งแรง ตอนเหลาเหย่ไม่มีใครสนใจ ท่านว่าพวกที่หลงใหลในกามารมณ์มีสภาพเหมือนคนที่ถูกขังในเรือนจำ ต้องถูกลงโทษทรมานด้วยประการทั้งปวง มีกิเลสตัณหาเป็นผู้บัญชาการ ลงโทษตามกฎของกรรมชั่วที่หลงเพ้อละเมอฝันว่ามันเป็นของดี ทำไปแล้วเขาก็ลงโทษ จงอย่าเมาชีวิตเลยคุณ อารมณ์ใดที่เคยมาที่นี่ได้เมื่อ 15 ปีมาแล้ว เธอจงรักษาอารมณ์นั้นให้ปกติ เธอจะไม่มีทางได้รับทุกข์อย่างชาติปัจจุบันอีก ฝันเท่านี้แล้วฉันก็รู้สึกตัว พอใจไหมลูกหลาน ถ้าพอใจก็จำไว้คิด ไม่พอใจก็ตามใจ ต่อไปนี้ฟังเรื่อง หลวงพ่อปานกันต่อไป
