“..วันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ เวลา ๑๐.๓๐น. ทำกรรมฐานเรื่อยมาแต่ตอนเช้า คิดจะไปไหว้พระจึงออกจากร่างกาย พบท่านย่า (แม่) และท่านพรรณวดี คุยกับท่านเล็กน้อย ท่านลุงพุฒิ(พระยา ยมราช) มานุ่งโสร่งมีผ้าขาวม้าคาดพุง ท่านบอกว่า “เวลาพอมีไปที่สำนักงานท่านก่อนดีกว่า” จึงหันไปชวนท่านท้าวมหาราชทั้ง ๔ และเทวดาบริวารของท่าน จากนั้นท่านลุงนำหน้าพวกเราเดินตาม เมื่อเข้าเขตสำนักงานท่านพระยายมราช เห็นคนยืนเป็นกลุ่มๆ รูปไม่สวย ผิวดำ หน้าไม่สบาย มีด้วยกัน ๑๑ หมู่ แต่ละหมู่มีจำนวนมากนับเป็นพันๆ หมู่หนึ่งๆ ก็มีเจ้าหน้าที่รูปร่างใหญ่กว่าพวกนั้นมาก สูงกว่ามาก ยืนถืออาวุธคุมอยู่หมู่ละ ๑ คน จึงเฉียดเข้าไปดูถามท่านลุงว่า “พวกนี้เป็นใคร” ท่านบอกว่า “พวกนี้รอการสอบสวน ถ้านึกถึงบุญได้ก็ไปสวรรค์ นึกถึงบุญไม่ได้ก็ไปนรก แต่ละกลุ่มมีบาปไม่เหมือนกัน มีกรรมบถ ๑๐ เป็นหลัก” ดังนี้คือ
๑) กลุ่มนี้หนักในทางละเมิดศีลข้อที่ ๑ ฆ่าสัตว์
๒) กลุ่มนี้หนักในทางลักทรัพย์
๓) กลุ่มนี้หนักในทางเจ้าชู้
๔) กลุ่มนี้หนักในทางมุสาวาท
๕) กลุ่มนี้หนักในทางดื่มสุราเมรัย
๖) กลุ่มนี้หนักในทางกล่าวคำหยาบ
๗) กลุ่มนี้หนักในทางนินทา
๘) กลุ่มนี้หนักในทางคิดอยากได้ทรัพย์คนอื่น (อยากโกง)
๙) กลุ่มนี้หนักในทางอยากทำร้ายผู้อื่น
๑๐) กลุ่มนี้ไม่เชื่อพระธรรมวินัย ไร้เหตุผล
พวกนี้ทั้ง ๑๑ กลุ่มมีหวังลงนรก ยากที่จะเป็นอิสระ เพราะพยานมาคอยพร้อมแล้ว
พยานบาป
ท่านลุงชวนเดินไปผ่านอาคารสอบสวนไปทางทิศตะวันออก มองเห็นไก่ เป็ด หมู วัว ควาย และสัตว์ต่างๆ ที่มนุษย์กิน อยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ มีไก่นับเป็นแสน เป็ดนับเป็นแสน เหมือนกัน หมู วัว ควาย ก็เป็นแสนเหมือนกันถามว่า “มารวมกันทำไมมากมายอย่างนี้” พวกนั้นตอบว่า “มาเป็นพยานให้พระยายมราช เมื่อท่านเรียกผู้ฆ่าสัตว์มาสอบสวน พวกนี้ก็จะเข้าไปรายงานว่าคนนี้ฆ่า จับให้เชือดหรือสั่งฆ่า เป็นต้น”
เป็นอันว่าวันนี้เป็นวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๓๑ เป็นวันไหว้สารทของชาวจีนพอดี เลยทำให้คิดว่าสารทจีนทั่วโลกต้องฆ่าสัตว์นับล้านตัว
พยานบุญ
เมื่อเดินเลยไปอีก ก็มีคน มีสัตว์อีกจำนวนมาก แต่ไม่มากเท่าพยานบาป พวกนี้มาเป็นพยานบุญที่เขาเคยช่วยเหลือไว้ เมื่อ พระยายมราชถามถึงบุญที่เขาทำ ถ้าเขานึกไม่ออก พวกนี้ก็จะเข้าไปรายงานว่า เขาเคยช่วยชีวิตไว้ เมื่อท่านพระยายมราชรับฟังแล้ว ก็จะให้ไปสวรรค์ก่อน ชมมาถึงแค่นี้ใกล้เวลาจะเพลจึงกลับ
ดังนั้นขอให้ระลึกไว้เสมอว่า จะทำดีหรือทำชั่ว มีพยานคอยเราอยู่แล้วที่สำนักท่านพระยายมราช..”