“..เวลาประมาณ ๒ ทุ่ม ยังนั่งอ่านหนังสืออยู่ ไฟฟ้ายังสว่าง เวลานั้นอาตมาอยู่วัดปากคลองมะขามเฒ่า ขโมยมันมาซุ่มอยู่ในป่าไผ่จะขึ้นหลังกุฏิพระครูวิชาญฯ  เพราะมีพระพุทธรูปเก่ามาก ขณะนั่งอยู่นั้นอาตมาเห็นคนแต่งตัวเป็นเจ๊กเครื่องแบบนักรบมาถึงนั่งกราบแบบเจ๊ก ถามว่า “ใคร”  ตอบว่า “ผมกวนอูครับ” ถามว่า “มาทำไม” ตอบว่า “พวกโจรมันมาซุ่มอยู่หลังป่าไผ่ ๕ คน”  ถามว่า “จะทำอย่างไรเพราะวัดไม่มีอาวุธ ไม่มีปืน  ขโมยมีปืนไหม” ท่านตอบว่า “มีปืนทุกคน กลางคืนตอนดึกมันจะใช้ยารมให้หลับก่อน  ตอนดึกลมจะพัดเข้า  มันจะขึ้นหลังกุฏิพระครูวิชาญฯ  ผมจะจัดกองทัพของผมเอง ก็หมาของท่านนั่นแหละจัดเป็นกองทัพ”  วัดปากคลองมะขามเฒ่าตอนนั้นมีหมา ๓ ฝูง ของอาตมาฝูงหนึ่ง ของพระครูวิชาญฯฝูงหนึ่ง ลูกศิษย์ครูหง่าฝูงหนึ่ง รวมแล้ว  ๕๐  กว่าตัว ปกติหมา ๓  ฝูงนี่มันจะเข้ากันไม่ได้มันอยู่ตามเขตของมัน  ท่านกวนอูบอกว่า  “พอ ๓  ทุ่มผมจะจัดกองทัพ  พอถึงตี ๑  กว่าๆ หมาไม่นอนกันแล้ว  พอตี ๒  เสียงโฮกมันเข้าถึงกุฏิแล้ว ถ้าเห่าๆ มันยังไม่เข้า มันกำลังจะใช้ยาเข้ารม หมาเงียบหมด  เงียบสนิทนึกว่าหมาหลับ พอเสียงโฮกไปดู ได้ทั้งปืนได้ทั้งเสื้อ ผ้าขาวม้า ได้ปืน  ๒  กระบอก มีดพก  ๑  เล่ม  ขโมยหนีเข้าป่า  มันกัดหน้าแหลกรานเลย  ท่านกวนอูบอก  “พรุ่งนี้บอกตำรวจได้ทั้ง  ๕  คน” ก็ได้จริงๆ หมาตั้ง ๓ ฝูง ปืนยิงมันกัดเสียปืนหล่น

ทราบทีหลังว่า  ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่ามีศาลาท่านกวนอู  และอาตมาก็อยู่ใกล้ศาลาท่าน  ต่อมาวันหลังนึกถึงท่านกวนอูวันที่ท่านมาในภาพนักรบจีน เลยอยากถามท่านว่า “จริงๆ  แล้วท่านเป็นอะไร” ท่านก็มาใหม่เป็นเทวดาใส่ชฎา พราวเลย จึงถามท่านว่า  “ท่านเป็นนักรบ  เป็นเทวดาได้อย่างไร” ท่านตอบว่า นักรบก็ทำบุญเป็นนะครับ สมัยโบราณยามว่างก็ทำบุญกันอยู่เรื่อย  ท่านนึกถึงพระที่อกอยู่เรื่อย..